กรมการขนส่งทางบก จับมือ 4 หน่วยงาน ลงนาม MOU ความร่วมมือในการควบคุมดูแลรถบรรทุกสินค้า

กรมการขนส่งทางบก จับมือ 4 หน่วยงาน การรถไฟแห่งประเทศไทย, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU ความร่วมมือในการควบคุมดูแลรถบรรทุกสินค้าให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เข้มงวด!!! ตรวจสอบการใช้ทวิสล็อกตู้คอนเทนเนอร์ ควบคุมน้ำหนักบรรทุกก่อนการขนส่ง และก่อนนำรถออกจากเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของทุกหน่วยงาน

วันนี้ (29 สิงหาคม 2561) เวลา 09.30 น. ณ ห้องโถงอาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก, นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย, นายทรงธรรม จันทประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายวิศวกรรม รักษาการผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย, นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รองผู้ว่าการรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการควบคุมดูแลรถบรรทุกสินค้าให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย” เพื่อเพิ่มมาตรการควบคุม กำกับ ดูแล ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ประจำรถ ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการบรรทุกสินค้าให้เกิดความปลอดภัยในการขนส่งสูงสุด เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุความเสียหายทั้งกับผู้ประกอบการ เจ้าของสินค้า พนักงานขับรถ

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นพัฒนาระบบการควบคุมกำกับดูแลการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกเพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง จนถึงปลายทาง ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือของผู้ประกอบการขนส่งตรวจสอบความพร้อมของรถ พนักงานขับรถ และการบรรทุกสินค้า และหน่วยงานภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ซึ่งบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมการขนส่งทางบก, การรถไฟแห่งประเทศไทย, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องวางระบบมาตรการการตรวจสอบรถให้เกิดความปลอดภัยก่อนการนำรถออกมาใช้ทำการขนส่งหรือก่อนนำรถออกจากเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน ซึ่งรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทุกคันต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่ง ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถและตัวรถตามรายการ Checklist การติดตั้ง GPS Tracking การควบคุมน้ำหนักบรรทุกให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และการใช้อุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) เพื่อยึดตู้คอนเทนเนอร์กับตัวรถให้มั่นคงปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ทำการขนส่ง ปัจจุบันมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำนวนทั้งสิ้น 28,180 คัน ทั้งหมดจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ที่สถานประกอบการของผู้ประกอบการ ที่สถานีขนส่งสินค้าในการกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางบก จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑล สถานีขนส่งสินค้าคลองหลวง และสถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ท่าเรือขนถ่ายสินค้าที่มีรถบรรทุกสินค้าเข้าออกพื้นที่เพื่อรับ – ส่งสินค้า เป็นต้น รวมถึงสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศเข้มงวดตรวจสอบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำการขนส่งผ่านเส้นทางที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อความปลอดภัยของตัวรถ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และการกระทำผิดกฎหมายแล้ว รวมทั้งสร้างความตระหนักถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่งความรับผิดชอบ ให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถในการตรวจสอบดูแลรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดระยะเวลาที่ทำการขนส่ง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า การเข้มงวดตรวจสอบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) เป็นมาตรการเชิงป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุตู้คอนเทนเนอร์หล่นจากตัวรถ อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางบนท้องถนน สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเด็ดขาด หากพบรถบรรทุกขนส่งสินค้าสภาพตัวรถไม่พร้อม เพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านปลอดภัย ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุดทันที ทั้งคนขับและผู้ประกอบการขนส่ง ความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 71 ประกอบมาตรา 148 ซึ่งกำหนดให้รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนด โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 102 (4) ประกอบมาตรา 127 ไม่ใช้เครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามที่กฎหมายกำหนด โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท  ส่วนการตรวจสอบบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าสมรรถนะของรถหรือเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ณ จุดชั่งน้ำหนัก หากตรวจสอบพบว่าเกินกว่าทางราชการกำหนดให้ดำเนินการตามมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถ ต้องมีแผนบำรุงรักษารถรายคัน และตรวจสอบความพร้อมของรถ ก่อนใช้งานอย่างสม่ำเสมอ อาทิ ตรวจสอบการทำงานระบบ GPS Tracking ตรวจสอบระบบเบรกและคลัตช์ ตรวจสอบระบบเครื่องยนต์ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตรวจสอบยาง เพลาล้อ กงล้อ และแรงดันลมยาง ต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และเครื่องหมายสำหรับแสดงเมื่อต้องจอดรถบริเวณไหล่ทางอย่างน้อย 2 ชิ้น และปฏิบัติตามกฎหมายว่าการจราจรทางบกอย่างเคร่งครัด รวมทั้งพนักงานขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับรถตามประเภทของรถที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกอยู่ในระหว่างการปรับปรุงประกาศเกี่ยวกับรูปแบบของอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) หลังจากรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ โดยประกาศดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป กำหนดให้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องติดตั้งอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) ให้มั่นคงแข็งแรงกับตัวรถและสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ติดตั้งไม่น้อยกว่า 4 จุด ต่อ 1 ตู้บรรทุกสินค้า 1 และต้องติดแผ่นสะท้อนแสงสีเหลือง/ขาว และสีแดงที่ตัวอุปกรณ์เพื่อเป็นจุดสังเกตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมทางมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่ออุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) อยู่ในตำแหน่งการล็อก ต้องปรากฏสัญลักษณ์สีเหลืองหรือสีขาวตามแนวยาวของตัวรถ หากอุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) อยู่ในตำแหน่งไม่ล็อก จะปรากฏสัญลักษณ์สีแดงตามแนวยาวของตัวรถอย่างชัดเจนความร่วมมือในวันนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพิ่มโอกาสในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ทั้งในด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัย ผู้ประกอบการขนส่งสามารถพัฒนาต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชาชนผู้ใช้บริการมีความมั่นใจ ยกระดับมาตรฐานการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง